Slide 1
About Us

ข้อมูลบริษัท

สารจากคณะกรรมการบริษัท

“เรียน ท่านผู้ถือหุ้น”

ปี 2568 นับเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของค่าเงิน การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของคู่ค้าหลัก ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก ในขณะที่ภายในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งทำให้ปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 ต่ำกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ที่
ร้อยละ 2.8

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย กลุ่มบริษัทสามารถเทลคอมยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นภายใต้แนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า สามารถลงนามสัญญาใหม่รวมมูลค่ากว่า 6,300 ล้านบาท สร้างรายได้รวม 5,440 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท พร้อมทั้งมีรายได้รอการรับรู้ ณ สิ้นปี 2568 กว่า 6,700 ล้านบาท  

ในด้านความยั่งยืน บริษัทได้ดำเนินการควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีแนวคิดด้านความยั่งยืน เพื่อร่วมขยายฐานลูกค้าและยกระดับคุณค่าของสินค้าและบริการ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล เช่น ISO 9001, ISO 20000, ISO 27001, ISO 27701, ISO 29110 และ CMMI  นอกจากนี้ บริษัทยังคงได้รับผลการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ด้านการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในระดับดีเลิศ (Excellent) อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในปี 2569 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.0 จากการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและภาครัฐ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงการขยายกรอบงบประมาณภาครัฐ ขณะเดียวกันการลงทุนด้านดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ที่มีประสิทธิภาพ กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

แนวโน้มการใช้จ่ายด้าน IT จึงมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยภาครัฐจะยังคงผลักดันนโยบายด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมทั้งการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการวิเคราะห์เชิงลึก การตรวจสอบ กำกับดูแล และการเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการผลักดันมาตรการ Cybersecurity และ Data Privacy อย่างบูรณาการ นอกจากนี้ ภาคเอกชนจะเริ่มเข้าสู่ยุคของ AI-Driven Enterprise โดยมีสัดส่วนการใช้งาน AI ในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ปรับปรุงบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ AI ในรูปแบบ Agentic AI เพื่อขับเคลื่อนการทำงานแบบอัตโนมัติ หรือ Autonomous Operations ที่ช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความแม่นยำ และสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์  ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น เทคโนโลยีเสมือน (Immersive Technology), Cloud Computing, IoT, Intelligent ERP และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ตลอดจนให้ความสำคัญในด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น เพื่อปกป้องระบบและข้อมูลสำคัญ และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาและส่งมอบโซลูชันและบริการดิจิทัลให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรในด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีความร่วมมือที่ยั่งยืนกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล รองรับงานขนาดใหญ่ที่ท้าทาย และสรรค์สร้างโซลูชันใหม่ ๆ พร้อมขยายโอกาสสู่ฐานลูกค้าใหม่ ควบคู่ไปกับการสร้างโครงการระยะยาวที่สนับสนุนเพิ่มรายได้ประจำลูกค้าภาครัฐและเอกชน

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อพันธมิตรธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่าน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือ สนับสนุน และขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จร่วมกันเสมอมา ทั้งนี้ คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จะยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและสังคม ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานภายใต้แนวทางดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ประธานกรรมการ

ประธานกรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร